กว่าจะรู้ว่ารัก (2)

“If you love someone you say it, You say it right then, out loud, Or the moment just passes you by.”
My best friend’s Wedding (Movie)
จากความรักครั้งเก่าที่เคยผ่านเข้ามา มันเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมจะไม่ลังเลในการทำสิ่งต่างๆเพื่อคนที่เรารัก ไม่ลังเลที่จะบอกรัก บอกว่าคิดถึง ที่พูดไปทั้งหมดนั้นมันไม่ใช่คำลวงหรือคำหวานที่แค่จะเหนี่ยวรั้งอะไรซักอย่าง ไม่ได้เพื่อการเอาชนะ แต่มันมาจากใจจริงๆ ชีวิตคนเราสั้น โอกาสดีๆในชีวิตไม่ได้มีมาได้บ่อยๆ เมื่อก่อนผมเคยเป็นคนลังเล (ตอนนี้ก็ยังลังเลแต่ก็น้อยกว่า) มีความไม่กล้า ทำให้เสียโอกาสดีๆที่เข้ามาในชีวิต ถ้าย้อนเวลาได้.. แน่นอนครับ ถ้าย้อนเวลาได้ ก็อยากกลับไปแก้ไขทุกอย่าง อยากทำอย่างนู้นอย่างนี้ อยากทำดีกับเธอ อยากบอกรักทุกวัน พาเธอไปกินข้าว นวดหลังเกาคางให้ 3 เวลา กล่อมให้นอนฝันดี แต่ทีตอนมีเธออยู่กลับไม่เคยทำ ก็อย่างว่าล่ะน่ะครับ กว่าคนเราจะรู้ค่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ก็ต่อเมื่อได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว
มานอยด์กันต่อ จนมาวันนึงเราก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง ต้องขอบใจเพื่อนซี้ของผมในวันนั้น ถ้าไม่ได้มันก็คงไม่มีโอกาสได้คุยกับเธอ เราก็ไปด้วยกัน คุยกัน รอยยิ้มเธอยังสดใสเหมือนที่เคยผ่านมา ไม่สิ สดใสกว่าเดิมซะอีก ทำเอาผมยิ่งรู้สึกว่าเป็นคนเลวเข้าไปทุกที เราคุยกัน ผมถาม.. เธอ.. ตอบ เธอบอกเธอไม่โกรธผม เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว (เกือบปี) ผมไม่รู้ว่าเธอหายโกรธจริงรึเปล่า เพราะเธอเป็นคนขี้เกรงใจคนอื่น อาจจะตอบไปตามมารยาทก็ได้ แต่ยังไงก็เถอะ มันทำให้ผมใจชื้นขึ้นเยอะ วันต่อมาเราก็ไปเดินหาซื้อของ ได้เสื้อคู่มา 1 คู่ ผมลากเธอไปซื้อเองล่ะ ผมจริงผมเล็งไว้ตั้งนาน ก็เลยโทรชวนเธอไปเดินเล่น ดูของๆ ไปเจอร้านเสื้อคู่ เลยบอกซื้อเสื้อคู่กันมั๊ย ตอนแรกเธอจะเอาลายสไปเดอร์แมน แต่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร เลยเอาลายอื่น สุดท้ายก็ได้มา 1 คู่ พร้อมกับที่เธอกำชับนักหนาว่าซื้อแล้วอย่าลืมใส่ อย่าเอาไปถูพื้นล่ะ.. แล้วเราก็จากกันไกลอีกครั้ง ผมต้องกลับไปทำหน้าที่ของผมต่อ เราทั้งสองคน จากกัน รู้อะไรไหมครับ กลับห้องไปแล้ว ลายที่ซื้อมามันก็ไม่สวยเท่าไหร่นี่หว่า รู้งี้ซื้อลายสไปเดอร์แมนดีกว่า
6 สัปดาห์ต่อจากนั้น ผมสอบเสร็จ ผมจะว่างวันเดียวซึ่งเป็นวันเสาร์เท่านั้น วันอาทิตย์ก็มีงานอีกแล้วต้องขับกลับ แต่สุดท้าย ระยะทางมันก็แพ้ความคิดถึง ผมขับรถไปกลับรวมๆ 700-800 กิโลเมตร เพียงเพื่อให้ได้เห็นหน้าเธอแค่ 12 ชม. เพราะผมคิดถึงครับ ผมรักเธอ แค่นั้น เหตุผลแค่นี้คงเพียงพอ
หลังจากนั้นทุกอย่างเริ่มดี มีแต่เรื่องดีๆและผมก็มีความสุขมากๆ จนมาถึง.. วันนึงที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป และใจผมแป้ว นอยด์สุดๆ ก็ว่าที่ผ่านมามันทรมานมากแล้ว แต่ครั้งนี้มันทรมานสุดๆ อยากจะร้องไห้ ผมร้องไห้ เมื่อผมรู้ว่ามีผู้ชายคนนึงเข้าในชีวิตเธอ และดูเหมือนว่าเธอก็มีความสุขมากๆซะด้วยสิ ผมเองก็ไม่กล้าถาม เพราะว่ากลัวคำตอบ แต่ในที่สุด ความนอยด์มันมีขีดจำกัด ผมถามถึงเขา เธอบอกว่าเป็นคนที่มาจีบ แล้วมาขอเป็นแฟน แต่เธอก็ตอบปฏิเสธ เธอบอกว่าเป็นเพื่อนกันคบกันได้นานกว่า?? ฟังตอนนั้นมันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ แต่พอทบทวนดู มันมีความหมายไม่ใช่น้อย พอถามถึงผม แล้วผมล่ะ เป็นอะไร?? เธอตอบกลับมา “เป็นพี่” ผมตอบกลับ “ไม่อยากเป็นพี่” ผมรักเธอผมมั่นใจ(คิดในใจ) สุดท้ายดูเหมือนเธอไม่มั่นใจในตัวผมเอาซะเลย เหมือนกันว่าความรักที่ผมมีให้มันไม่มีตัวตน ไม่มีอยู่จริง!! สุดท้าย เธอเอาเพลง “แปลว่ารักหรือเปล่า” ของ เฟย์ มาให้ฟัง.. นั่นล่ะครับที่เธออยากจะบอกผม รู้อะไรมั๊ยครับ ผมอยากจะไปวางระเบิดตึก RS ซะจริงๆ
ความนอยด์ยังไม่สิ้นสุด จากคำตอบที่เธอให้ เหมือนว่าผมจะได้จุดยืน แต่มันไม่ใช่ ผมยังปฏิเสธตัวเอง ทำไมเหรอครับ ก็เพราะรักไง ผมไม่อยากสูญเสียเธอ ได้แต่หลอกตัวเองไปวันๆ แดกหญ้าไปวันๆ เหมือนทุกอย่างมันเปลี่ยนไป เธอสนใจผมลดลง ในขณะที่ผมรักเธอมากขึ้นทุกวัน! แต่ก็ว่าเธอไม่ได้ คนทุกคนทีสิทธิ์ที่จะเลือก แต่ปัญหาอยู่ที่ ผมเลือกเธอแต่เธอไม่ได้เลือกผม!
จะสุดทางหรือได้ไปต่อ ผลลัพท์ก็คงจะรู้ในไม่นานนี้ล่ะมั๊ง..
แต่แค่อยากให้รู้ไว้ซักอย่างนะ คนอย่างผมรักใครรักจริงรัก ไม่ได้พูดให้ตัวเองดูดีนะ ถึงจะชอบมองสาวๆสวยๆ (ใครๆก็ชอบทั้งนั้น) แต่ถ้าได้รักใครสักคน ผมไม่เหลือเผื่อใจให้ใคร ไม่มองใครอีกแล้วในชีวิต ไม่ว่าเค้าคนนั้นจะดีแสนดี เพอร์เฟ็คแค่ไหนก็ตาม แค่ขอให้ได้อยู่กับคนที่รักก็พอ ว่าไป อยากกลับไปไม่มีหัวใจจัง จะได้ไม่ต้องมีความรู้สึก ไม่ทรมาน ใครจะบ้าขับรถมาตั้งไกลมาเจอหน้ากันแค่ไม่นานแล้วก็กลับฟะ ขากลับยังหลับในเจออุบัติเหตุเข้าไปอีก ไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว ห่างเสาไฟฟ้าไป 2 เมตร ป้าแถวนั้นยังบอกเลยว่าโค้งนั้นตายไป 4 ศพแล้ว ช่วยเห็นใจคนที่เค้ารักเธอหน่อยได้ไหม
“ขอนะ อย่าเอาเสื้อคู่ไปเช็ดพื้นเลย”
จบเอาดื้อๆอย่างนี้ล่ะ 
สวัสดีคับน้องข่า พี่ก็ไม่รู้เลยว่าข่ายังเขียนไดอยู่ ไม่งั้นคงได้แวะเวียนมาอัพเดทชีวิตกันบ้างแล้ว
จนป่านนี้พี่ก็ยังไม่แน่ใจอ่ะนะ ว่าการที่ได้บอกรักแล้วมันจะดีอย่างที่ได้ยินมาตลอดๆ รึเปล่า? ในบางสถานการณ์ มันก็ดีกว่าที่จะไม่บอกจริงๆ นะ แต่นั่นมันก็แค่คำพูดอ่ะ การกระทำและอื่นๆ ยังไงมันก็บอกอยู่ดี คิดว่าอีกฝั่งนึงเค้าก็รับรู้ได้ซะด้วย
ครับผมก็ไม่ได้เขียนมา 3 ปีแล้วมั๊งตั้งแต่อยู่ blogspot พี่หวานนี่ก็ยังเขียนเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ
สำหรับเรื่องบอกรักนั้น แค่ยังไม่ได้พูดออกไปเท่านั้นเอง 55 ผมไม่ออกความเห็นเพิ่มฮะ -_-’
อะไรบางอย่างชอบทำให้เราทำสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล
อะไรบางอย่างบางทีก็ร้อน บางทีก็หนาว ทำให้ไม่สบาย
บางทีก็เหมือนลมพัด เย็นสบายดี แต่พัดไปแล้วก็ไม่กลับมา
อะไรบางอย่างมักทำให้นอยด์แดก
แล้วอะไรบางอย่างที่ว่ามันคืออะไรหว่า ไม่แน่ใจจิงๆนะว่า “ใช่” ที่คิดกันอยู่
เบื่อเพลงรักจริงๆ